ReadyPlanet.com
dot
bulletหน้าแรก
dot
เกี่ยวกับเรา
dot
bulletวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์กรมศุลกากร
bulletส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์
bulletโครงสร้างส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์
bulletทำเนียบนายด่านศุลกากร ส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์
bulletหมายเลขโทรศัพท์
bulletแผนที่ส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์
bulletสายตรงผู้อำนวยการส่วน
dot
กฎหมายศุลกากร
dot
bulletข้อควรทราบในการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
bulletมาตราที่เกี่ยวกับการนำเข้าส่งออกทางไปรษณีย์
bulletพระราชบัญญัติศุลกากร
dot
พีธีการศุลกากรทางไปรษณีย์
dot
bulletหลักการทั่วไป
bulletพิธีการขาเข้า
bulletค่าธรรมเนียมและการเก็บรักษา
bulletพิธีการและการตรวจปล่อยฯ
bulletข้อตกลงระหว่างหน่วยงาน
bulletพิธีการขาออก
bulletพิธีการเฉพาะกรณี
bulletแนวทางการติดต่อราชการในการรับสิ่งของที่นำเข้า-ส่งออกทางไปรษณีย์
bulletแนวทางการติดต่อราชการในการรับสิ่งของที่นำเข้า-ส่งออกทางไปรษณีย์ version English
bulletการส่งและนำโบราญวัตถุ ศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักรไทย
bulletการส่งและนำโบราญวัตถุ ศิลปวัตถุออกนอกราชอาณาจักร Version English
dot
แบบฟอร์มทางไปรษณีย์
dot
bulletตัวอย่างใบแจ้งฯ
bulletแบบฟอร์มคำร้องขอโต้แย้งการประเมินราคา/ภาษีอากร
dot
ข้อมูลเกี่ยวกับศุลกากร
dot
bulletกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิด
bulletราคา
bulletพิกัดอัตราศุลกากร
bulletพิกัดอัตราศุลกากร (HS 2007)
bulletอัตราแลกเปลี่ยน
bulletจุลสารศุลกากร
bulletประกาศกรม/ประกาศกระทรวง
bulletตรวจค้นข้อมูลทะเบียนธุรกิจ
dot
เรื่องทั่วไป
dot
bulletประวัติไปรษณีย์ไทย
bulletเครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณต่างๆ
bulletคลินิกภาษีกระทรวงการคลัง
bulletติดต่อเรา




พิธีการขาเข้า

 

2 06 02 01  การเปิดถุงไปรษณีย์

           การเปิดถุงไปรษณีย์ต่างประเทศทุกชนิด หน่วยงานตรวจคัดไปรษณีย์ภัณฑ์จะต้องไปร่วมด้วยทุกครั้ง และเมื่อเปิดเสร็จแล้วให้นำมาลงบัญชีกำกับการเปิดบัญชีถุงไปรษณีย์ (แบบที่ 111) แจ้งจำนวนถุงไปรษณีย์ ประเทศต้นทาง ยอดสิ่งของส่งทางไปรษณีย์แต่ละประเภทไว้เป็นหลักฐาน


 

2 06 02 02   การตรวจคัดและการปฏิบัติกับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์

(1)     การตรวจคัดสิ่งของส่งทางไปรษณีย์

 

ให้หน่วยงานตรวจคัดสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ผู้มีหน้าที่ควบคุมการเปิดถุงไปรษณีย์ต่างประเทศ  คัดแยกสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ได้เปิดถุงแล้ว  ออกเป็น  3  ประเภท  คือ 

ประเภทที่ 1  ของที่นำเข้าโดยทางไปรษณีย์  ซึ่งแต่ละหีบห่อมีราคาไม่เกิน 1,500 บาท ตัวอย่างสินค้าที่ใช้ได้แต่เพียงเป็นตัวอย่าง และไม่มีราคาในทางการค้า ให้ยกเว้นอากร และส่งมอบให้ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัดไปนำจ่ายแก่ผู้รับต่อไป

ประเภทที่ 2  ของต้องชำระอากร ซึ่ง ส่งจากผู้ส่งคนหนึ่งถึงผู้รับคนหนึ่งในคราวเดียวกันหรือเข้าถึงพร้อมกันไมว่าจะมีจำนวนกี่หีบห่อ หากมีราคา FOB  ไม่เกิน 40,000 บาท และไม่เป็นของต้องห้ามต้องกำกัดหรือของที่ต้องส่งตัวอย่างวิเคราะห์สินค้าก่อนปล่อย ให้เปิดตรวจและประเมินอากร แล้วส่งมอบให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อส่งมอบผู้รับและเรียกเก็บค่าอากรแทนกรมศุลกากร

ประเภทที่ 3  ของอื่นๆ นอกจากประเภทที่ 1 และ 2  ให้ส่งมอบแก่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  เพื่อนำเข้า เก็บรักษา  ณ คลังสินค้าสำหรับเก็บสิ่งของส่งททางไปรษณีย์

(2)     การปฏิบัติกับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่คัดแยกไว้แล้ว

ให้หน่วยงานตรวจคัดไปรษณีย์ภัณฑ์ปฏิบัติกับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ได้คัดแยกไว้แล้ว ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ให้นำสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่คัดแยกไว้ตามกลุ่มที่ 1 มาลงบัญชีไปรษณีย์ภัณฑ์หรือพัสดุไปรษณีย์ยกเว้นอากร (แบบที่ 114) แยกตามประเภทสิ่งของส่งทางไปรษณีย์แล้วแต่กรณี เก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วมอบสิ่งของส่งทางไปรษณีย์เหล่านั้น ให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยรับไปจัดจ่ายต่อไป

กลุ่มที่ 2 ให้ดำเนินการกับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ภัณฑ์ที่คัดแยกไว้ตามกลุ่มที่ 2 ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้รับจะเป็นบุคคลหรือบริษัทห้างร้าน และอยู่ ณ จังหวัดใด ซึ่งด่านศุลกากรไปรษณีย์มีอำนาจเก็บอากรปากระวางได้ ดังนี้

1)       ของรายใด    ซึ่งพิจารณาแล้ว     เห็นว่าเป็นของที่เก็บอากรปากระวางได้ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว         ให้หน่วยงานตรวจคัดไปรษณีย์ภัณฑ์เปิดตรวจและประเมินอากรต่อหน้าเจ้าหน้าที่การสื่อสาร     แห่งประเทศไทย แล้วให้สลักข้อความลงในรายการตรวจและประเมินอากรในใบแจ้งความพัสดุไปรษณีย์ (.91 . หรือ ป.92 . แล้วแต่กรณี) โดยทำขึ้นเป็น 3 ฉบับ ไม่ว่าของนั้นจะต้องเสียอากรหรือยกเว้นอากร ส่วนรายการตอนบนเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยจะสลักเอง เมื่อสลักรายการแล้วให้ลงชื่อในช่องที่กำหนดไว้ทั้งสองฝ่าย โดยเป็นที่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยลงชื่อเป็นพยานร่วมรู้เห็นในการเปิดตรวจนี้

2)       ห่อของที่เปิดตรวจและประเมินอากรแล้ว ให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยคาดเทปกาวพลาสติกปิดรอยเปิดหรือรอยฉีกขาดจนแน่นหนามั่นคง และประทับตราแบบที่ 65 แสดงว่าได้ผ่านการตรวจจากศุลกากรแล้ว ต่อจากนั้นให้นำลงบัญชีพัสดุและไปรษณีย์ภัณฑ์ที่เปิดตรวจและประเมินอากรแล้ว (แบบที่ 495) โดยมีสำเนา 2 ฉบับ แยกตามประเภทของสิ่งของส่งทางไปรษณีย์เรียง  รายการไว้ตามลำดับ แล้วให้ลงชื่อพนักงานศุลกากรเป็นผู้มอบ และลงชื่อเจ้าหน้าที่การสื่อสารฯ เป็นผู้รับไว้ทั้ง 3 ฉบับ

ให้นำเลขลำดับรายการที่ซึ่งลงไว้ในบัญชีพัสดุและไปรษณีย์ภัณฑ์เปิดตรวจและ     ประเมินอากรแล้ว (แบบที่ 495) มาลงไว้ในช่องรายการที่ในใบแจ้งความฯ แบบที่ ป.91. หรือ ป.92. ให้ตรงกัน

3)       ใบแจ้งความฯ    ซึ่งมีรายการตรวจและประเมินอากรนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่การสื่อสารฯ ได้ลงเลขที่ให้แล้ว แผ่นที่ 1 และแผ่นที่ 3 ให้มอบแก่เจ้าหน้าที่การสื่อสารฯ ไปพร้อมกับห่อของและบัญชี แบบที่ 495 ส่วนใบแจ้งความฯ แผ่นที่ 2 อันเป็นฉบับสำหรับศุลกากร ให้นำมาเรียงรายการเก็บรวมไว้กับบัญชี แบบที่ 495 ซึ่งมีอยู่ 2 ฉบับ

4)       บัญชีพัสดุและไปรษณีย์ภัณฑ์ ที่เปิดตรวจและประเมินอากรแล้ว (แบบที่ 495) ดังกล่าวข้างต้น    ให้จัดทำแยกต่างหากจากบัญชีสำหรับของที่คัดมาเก็บรักษาและจ่ายทางศุลกากร โดยลงเลขรายการเป็นรายเดือน มีเลขเดือนนำหน้า เช่น ของห่อที่ 120 ของเดือนตุลาคม ก็เป็นรายการที่ 10-120 ชุดหนึ่งใช้สำหรับเป็นใบนำส่งของที่เปิดตรวจและประเมินอากร แล้วที่เหลืออีก 2 ชุด พร้อมด้วยสำเนาใบแจ้งความฯ ให้เก็บไว้เป็นหลักฐานเสนอนายด่านศุลกากรไปรษณีย์ เพื่อตั้งเบิกขอรับเงินอากรจากการสื่อสารแห่งประเทศไทยต่อไป

5)       การขอแก้ไขรายการประเมินอากรที่ได้กระทำไปแล้ว ให้ด่านศุลกากรไปรษณีย์ทำเป็นหนังสือราชการบอกแก้การประเมิน โดยส่งต้นฉบับไปยังที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขปลายทาง และส่งสำเนาให้ผู้เกี่ยวข้อง ส่วนสำเนาคู่ฉบับพร้อมเรื่องราวให้เก็บรวมไว้กับใบแจ้งความฯ แผ่นที่ 2

6)       ของรายการใดที่ได้ประเมินอากรส่งให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยเก็บเงินอากรแทนแล้ว ไม่ให้ด่านศุลกากรไปรษณีย์หรือด่านศุลกากรอื่นรับไปจากที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข เพื่อเก็บเงินอากรตามที่ประเมินไว้หรือทำการประเมินใหม่

หากผู้รับจะโต้แย้งการประเมินอากรนั้นประการใดๆ ให้ทำเรื่องราวเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อด่านศุลกากรไปรษณีย์ เพื่อส่งต่อไปให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยบันทึกหมายเหตุและลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานบนตัวห่อหรือของเพื่อเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยจะได้แจ้งให้พนักงานศุลกากรทราบ และจัดการเกี่ยวกับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้น ตามคำสั่งของผู้ฝากหรือส่งคืนต้นทางต่อไป

กรณีผู้รับซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนประสงค์จะนำหลักฐานไปเครดิตภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ผู้นำของเข้ายื่นคำร้องตามแบบที่กำหนดไว้ในด้านหลังใบแจ้งความฯ แบบที่ ป.91. หรือ ป.92. เพื่อส่งสิ่งของทางไปรษณีย์คืนมาปฏิบัติพิธีการ ณ ด่านศุลกากรไปรษณีย์ ให้ด่านศุลกากรไปรษณีย์ตัดบัญชีรายการเปิดประเมินอากร และให้นำส่งฝ่ายเก็บรักษาฯ โดยปฏิบัติเช่นเดียวกับของกลุ่มที่ 3

 

7)       สิ่งของส่งทางไปรษณีย์นอกจากที่ส่งให้การสื่อสารแห่งประเทศไทยเก็บอากรตามที่กล่าวในข้อ 1) ถึง 6) หรือของที่เปิดตรวจแล้ว เจ้าหน้าที่เห็นว่าการประเมินอากรไปจะเป็นปัญหาโต้เถียงกัน ทำให้ยุ่งยากแก่การแก้ไขภายหลัง หรือของที่ต้องทำใบขนสินค้าหรือต้องทำพิธีการอย่างอื่น หรือของต้องห้ามต้องกำกัด เป็นต้น ก็ให้คัดมารวมกับประเภทที่ 3 ที่นำมาเก็บรักษาและจ่ายทางศุลกากร

กลุ่มที่ 3 สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ ที่เหลือจากการมอบให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยรับไปจ่ายแทน (ตามกลุ่ม 1 และ 2) ให้หน่วยงานตรวจคัดไปรษณีย์ภัณฑ์นำหีบห่อมาจัดเรียงตามประเทศต้นทาง เที่ยวเมล์ และชื่อผู้รับ (อาจจะนำเข้าพร้อมกันหลายหีบห่อ) แล้วปิดป้ายลำดับหมายเลขรายการศุลกากรไว้ที่หีบห่อสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ โดยแยกประเภทตามแต่กรณี พร้อมทั้งลงบัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ต้องเสียอากรหรือต้องห้ามต้องกำกัด (แบบที่ 431) แยกตามประเภทของสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ โดยจัดทำเป็น 4 ฉบับ ทั้งนี้ ให้เลขลำดับรายการศุลกากร ตรงกับเลขหมายเลขรายการศุลกากรตามป้ายที่ปิดไว้ที่หีบห่อ เสร็จแล้วมอบบัญชีกำกับไปรษณีย์หรือพัสดุไปรษณีย์ให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทย 1 ฉบับ อีก 2 ฉบับ ให้  เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยนำไปมอบแก่ฝ่ายเก็บรักษาไปรษณีย์ภัณฑ์ พร้อมด้วยหีบห่อสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ตามบัญชีนั้น ส่วนอีก 1 ฉบับ ให้หน่วยงานตรวจคัดไปรษณีย์ภัณฑ์เก็บไว้เป็นหลักฐาน

 


2 06 02 03   สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ผู้รับอยู่ต่างจังหวัด

สิ่งของส่งทางไปรษณีย์กลุ่มที่ 3 ที่ผู้รับอยู่ต่างจังหวัด และไม่ว่าจังหวัดนั้นจะมีด่านศุลกากรตั้งอยู่หรือไม่ก็ตาม ให้ดำเนินการดังนี้

(1)           ให้หน่วยงานตรวจคัดไปรษณีย์ภัณฑ์หมายเหตุไว้กับบัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ว่า   ?ให้ส่งไปปฏิบัติพิธีการที่ด่านศุลกากร? (ด่านศุลกากรที่ตั้งอยู่ใกล้กับภูมิลำเนาของผู้รับมากที่สุด)? เว้นแต่กรณีที่เห็นได้ว่า สิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้นเป็นของต้องห้ามต้องกำกับหรือมีลักษณะเป็นสินค้า แต่สำแดงชนิดของในใบปฏิญญาคลุมเครือหรือไม่ตรงกับความเป็นจริง ให้คัดแยกส่งคลังสินค้าของศุลกากรตามปกติ

(2)           กรณีที่ผู้รับมารับเองหรือตั้งตัวแทนมารับ ณ ด่านศุลกากร ให้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรเช่นเดียวกันกับของที่จ่ายทาง     ด่านศุลกากรไปรษณีย์ภัณฑ์ โดยทำใบขนสินค้าขาเข้าหรือสลักรายการตรวจ และประเมินอากรในใบแจ้งความฯ ของ   การสื่อสารแห่งประเทศไทยแล้วแต่กรณี

(3)           กรณีที่ผู้รับขอให้ส่งไปทำการตรวจปล่อยที่ด่านศุลกากรใดนั้น  ให้หน่วยงานตรวจคัดไปรษณีย์ภัณฑ์ปิดป้ายสีขาว      แบบที่ 21 มีข้อความว่า ?ของต้องภาษีส่งด่านศุลกากร?? หรือถ้าเป็นอาวุธปืน ให้ปิดป้ายสีแดง แบบที่ 61 มีข้อความว่า ?อาวุธปืนส่งด่านศุลกากร?? ไว้ที่หีบห่อและทำบัญชีส่งมอบให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารรับไปส่งต่อให้ด่านศุลกากรต่อไป และหมายเหตุไว้ในบัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ (แบบที่ 431) ด้วยว่า ได้ส่งไปปฏิบัติพิธีการตรวจปล่อยที่ด่านศุลกากรใด เมื่อใด ทั้งนี้ให้หน่วยงานตรวจคัดไปรษณีย์ภัณฑ์ทำหนังสือแจ้งไปยังด่านศุลกากรนั้นๆ ทราบและเมื่อด่านศุลกากรได้แจ้งผลการตรวจปล่อยมาให้ทราบแล้ว ก็ให้หมายเหตุไว้อีกครั้งหนึ่งว่า ด่านฯ ได้ทำการตรวจปล่อยไปแล้วตามใบขนสินค้าเลขที่เท่าใด

 

 


 

2 06 02 04   การจัดเก็บรักษาและจำหน่ายสิ่งของส่งทางไปรษณีย์

         เมื่อหน่วยงานเก็บรักษาไปรษณีย์ภัณฑ์ได้รับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ พร้อมด้วยบัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ (แบบที่ 431) ไว้แล้วให้เก็บบัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ฉบับหนึ่งไว้เป็นบัญชีคงคลังประจำคลังสินค้า อีกฉบับหนึ่งส่งไปให้ฝ่ายพิธีการ เพื่อถือเป็นบัญชีสินค้าทางไปรษณีย์ สำหรับใช้ตรวจสอบกับใบขนสินค้าขาเข้าต่อไป

         ให้หน่วยงานเก็บรักษาไปรษณีย์ภัณฑ์ แยกเก็บสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ไว้เป็นประเภทๆ และบันทึกหมายเลขช่องที่เก็บหีบห่อนั้นๆ ไว้ในบัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ (แบบที่ 431) ฉบับของหน่วยงานเก็บรักษาไปรษณีย์ภัณฑ์ไว้ให้เห็น ชัดเจน

          เมื่อทำการจ่ายหีบห่อสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ออกมาทำการตรวจปล่อยไม่ว่าจะทำการตรวจปล่อยโดยวิธีสลักรายการในใบแจ้งความฯ หรือทำใบขนสินค้าขาเข้าก็ตาม ให้หมายเหตุไว้ในบัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ (แบบที่ 431) ว่าได้ปล่อยไปตาม ใบขนสินค้าขาเข้าหรือใบแจ้งความฯ (กรณีการเก็บอากรปากระวาง) เลขที่เท่าใด เมื่อวันที่เท่าใด

          บัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ (แบบที่ 431) นี้ให้เย็บเล่มไว้เป็นรายเดือน และให้ถือเป็นสมุดทะเบียนประจำคลังสินค้า

 


 

2 06 02 05   การส่งคืนสิ่งของส่งทางไปรษณีย์

          สิ่งของส่งทางไปรษณีย์รายใดตกค้างอยู่ที่ฝ่ายเก็บรักษาไปรษณีย์ภัณฑ์ครบกำหนด 30 วันแล้ว ให้ฝ่ายเก็บรักษาไปรษณีย์ภัณฑ์จัดการคืนสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ภัณฑ์ที่ค้างเหลืออยู่ให้แก่เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่ง ประเทศไทย โดยทำบัญชีส่งคืนไปรษณีย์ภัณฑ์ที่ครบกำหนด 30 วัน (แบบที่ 494) ขึ้น 3 ฉบับ มอบให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยไปพร้อมกับหีบห่อสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ภัณฑ์ที่ส่งคืนตามบัญชีนั้น 1 ฉบับ อีก 2 ฉบับ เก็บรักษาไว้และให้หมายเหตุไว้ในบัญชีกำกับไปรษณีย์ (แบบที่ 431) ด้วยว่าส่งคืนไปแล้วเมื่อวันที่เท่าใด เพื่อเป็นการตัดบัญชี

 


 

2 06 02 06   สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่มีผู้มาขอรับภายหลังที่ส่งคืนไปแล้ว

          สิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่หน่วยงานเก็บรักษาไปรษณีย์ภัณฑ์ส่งคืนเจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยไปแล้วนั้น ถ้ามีผู้มาขอรับและสิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้น ยังมิได้ส่งคืนไปทางต้นทาง เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่ง ประเทศไทยจะทำใบกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ส่งคืนสินค้า สิ่งของส่งทางไปรษณีย์นั้นกลับมาให้ฝ่ายเก็บรักษาไปรษณีย์ภัณฑ์หมายเหตุซ้ำลงไปในบัญชีกำกับไปรษณีย์ภัณฑ์ (แบบที่ 431) ในรายการเดิมว่า ได้ส่งคืนมาจ่ายอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่เท่าใด และได้ตรวจปล่อยไปตามใบขนสินค้าขาเข้าหรือ ใบแจ้งความฯ เลขที่เท่าใด เมื่อวันที่เท่าใด

2 06 02 07   ของต้องห้ามต้องกำกัด

            สิ่งของส่งทางไปรษณีย์รายใด บรรจุของต้องห้ามต้องกำกัด เช่น อาวุธปืนเป็นต้น แม้จะตกค้างอยู่กับที่หน่วยงานเก็บรักษาไปรษณีย์ภัณฑ์ เกินกว่า 1 เดือน ก็ไม่ต้องส่งคืนให้เจ้าหน้าที่การสื่อสารแห่งประเทศไทย เพราะถือว่าเป็นของที่ศุลกากรยึดหรือกักไว้ เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่มีอยู่

 


 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

ส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์
111 ซอย 5 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ 10020

EMAIL: webmaster@postalcustoms.com

“**^^จงจดจำคำชมที่ได้รับ และลบลืมคำดูถูกที่ได้ยิน"^^**